ญี่ปุ่นโชว์ฟอร์มร้อน เปิดบ้านถล่มทีมช้างศึกไป 4 – 0 มุ้ยยิงจุดโทษพลาดอย่างน่าเสียดาย

ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 7 ทีมชาติญี่ปุ่น จ่าฝูงร่วมของกลุ่มบี เปิดไซตามะ สเตเดี้ยม พบกับทีมชาติไทย อันดับสุดท้ายของกลุ่ม ที่เพิ่งเก็บได้ 1 คะแนน

ญี่ปุ่น 4-0 ไทย

เกมนี้ทัพ “ซามูไรบลู” ภายใต้การคุมทีมของ วาฮิด ฮาลิลฮอดซิค กุนซือชาวบอสเนีย ส่งผู้เล่นอย่าง ชินจิ คางาวะ และชินจิ โอกาซากิ ลงเป็นตัวจริงในเกมรุก ส่วนกัปตันปลอกแขนตกเป็นของ มายะ โยชิดะ กองหลังจากเซาธ์แฮมป์ตัน แทน มาโคโตะ ฮาซาเบะ กัปตันตัวจริง ขณะที่ เคซุเกะ ฮอนดะ ยังเป็นตัวสำรอง โดย ยูยะ คุโบะ ยังคงได้ลงเป็นตัวจริงแทน

ฝั่งทีมไทย เกมนี้ปรับระบบมาใช้ 4 – 2 – 3 -1 กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เป็นผู้รักษาประตู, กองหลังประกอบไปด้วย ทริสตอง โด, อดิศร พรหมรักษ์, กรวิทย์ นามวิเศษ, พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา ที่ลงเป็นตัวจริงแทน ธีราทร บุญมาทัน กัปตันทีม, มิดฟิลด์ตัวรับเป็น ธนบูรณ์ เกษารัตน์ จับคู่กับ วัฒนา พลายนุ่ม ที่ได้ลงเล่นทีมชาติครั้งแรก ส่วน 3 ตัวรุกมี สิโรจน์ ฉัตรทอง, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ธีรศิลป์ แดงดา กัปตันทีม

ช่วง 5 นาทีแรก ญี่ปุ่นยังตั้งเกมไม่ได้ แต่พอได้บุกเน้นๆครั้งแรกก็ได้ประตูทันที คุโบะ หลุดมาทางขวาก่อนเปิดเข้ากลาง โอกาซากิ สะกิดบอลไปเข้าทาง คางาวะ จับบอลจังหวะแรกหลอกจะยิง แล้วหลอกแนวรับไทยหลงทางถึง 4 คน ก่อนยิงเสียบเสาเข้าไป ญี่ปุ่น ขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1 – 0 ในนาทีที่ 7

นาทีที่ 19 ญี่ปุ่น ต่อบอลได้สวยอีกครั้ง คางาวะ ไขว้บอลให้ ยามากูจิ วั่งมาปั่นด้วยซ้ายกะให้เสียบเสาสอง แต่ กวินทร์ บินปัดทิ้งได้สวย

อย่างไรก็ตามถัดมาแค่นาทีเดียว เจ้าถิ่นได้ประตูหนีห่าง 2 ต่อ 0 จากจังหวะที่คุโบะ ลุยมาทางขวาเปิดเข้ามาที่เสาแรกให้ ชินจิ โอกาซากิ สลัดหนี อดิศร พรหมรักษ์ โฉบเข้ามาโหม่งเสียบเสาแรกเข้าไป

นาทีที่ 29 โยชิดะ วางบอลยาวให้ คุโบะ ทะลุมาทางขวาอีกครั้ง ก่อนป้ายเข้ากลางจังหวะเดียวให้ ฮารากูจิ ปาดต่อให้คางาวะ แต่ยิงข้ามคาน

นาทีที่ 35 ไทยได้โอกาสที่ดีที่สุดของเกมนี้ ทริสตอง โด ขึ้นมาทางขวาก่อนผ่านบอลให้ ธีรศิลป์ แดงดา พลิกตัวยิงด้วยซ้ายบอลลอดขา โมริชิเก มาซาโตะ พรุ่งเข้ากรอบ แต่ คาวาชิม่า รับเอาไว้ได้

ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ทีมชาติไทย เริ่มได้ครองเกมมากขึ้น แต่ก็หาจังหวะจบเหน่งๆ ไม่ได้ จบกระทั่งช่วงทดเจ็บ พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา เปิดลูกเตะมุมให้เข้ากลางบอลขลุกขลิกชุลมุน ธีรศิลป์ แดงดา ได้ล้มตัวยิงติดเซฟของ คาวาชิม่า บอลกระดอนมาเข้าทาง อดิศักดิ์ ไกรษร ยิงซ้ำไปติดบล็อก บอลมาเข้าทางอีกครั้งก็ยิงติดบล็อคอีก “ช้างศึก” ชวดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย

ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น เริ่มมา 2 าที สิโรจน์ หลอกโยชิดะ เรียกฟาล์วได้ แต่ธีรศิลป์ แดงดา รับหน้าที่ยิงฟรีคิกระยะร่วม 30 หลาข้ามคานไป ถัดมา 3 นาที จากจังหวะเตะมุม ไทยเกือบได้ประตูตีตื้น ลูกเตะมุมพีระพัฒน์ เปิดเข้ากลาง อดิศรี พักอกได้ก่อนตวัดยิงทันที แต่ติดแนวรับบอลกระดอนมาเข้าทาง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ตั้งป้อมรออยู่หน้าเขตโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายเต็มๆ แต่ คาวาชิม่า ปัดทิ้งออกไป

นาทีที่ 52 ไทยได้ลุ้นจากลูกเตะมุมอีกครั้ง แนวรับเจ้าถิ่นสกัดไม่ได้ บอลเข้าทาง ธีรศิลป์ โหม่งต่อให้พื้นที่ว่าง บอลข้ามหัว โยชิดะ สิโรจน์ วิ่งแซงมาซัดด้วยเซ้ายเต็มๆระยะแค่ 10 หลา แต่ข้ามคานไปอีก

และพอไทยยิงไม่ได้ นาทีที่ 57 “ซามูไรบลู” ลงโทษทันที คุโบะ ขยับหาพื้นที่เข้ามาตรงกลางที่พื้นที่โล่งเปิดก่อนซัดเต็มๆด้วยซ้ายเสียบสามเหลี่ยมเกินปัญญาที่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จะป้องกัน สกอร์ขาดเป็น 3 – 0

นาทีที่ 66 กองเชียร์เจ้าถิ่นได้เฮ เมื่อ เคซุเกะ ฮอนดะ ดาวเตะขวัญใจชาวญี่ปุ่นลงสนามมาแทน เกงกิ ฮารากูจิ
ลงสนามมาได้แค่ 3 นาที เคซุเกะ ฮอนดะ ได้หลุดเข้ากรอบเขตโทษมาทางซ้ายก่อนซัดเต็มๆ แต่กวินทร์ ป้องกันได้

นาทีที่ 73 ไทยเปลี่ยนตัว สิโรจน์ ฉัตรทอง ออก และนูรูล ศรียานเก็ม ลงเล่นแทน

นาทีที่ 80 คุโบะ เกือบยิงลูกที่ 2 ของตัวเองในเกมนี้ ได้วอลเล่ย์เต็มๆ ในกรอบเขตโทษ บอลแฉลบ พีรพัฒน์ โน้ตชัยยา นิดๆ กวินทร์ เกือบหลงทาง แต่ยังปฏิกิริยาไวปัดทิ้งเอาไว้ได้

นาทีที่ 85 นากาโตโมะ กองหลังอินเตอร์มิลาน ไปทำฟาล์ว ธีรศิลป์ แดงดา ไทยได้จุดโทษ แต่เจ้าตัวยิงไปติดเซฟ คาวาชิม่า

จากนั้นไม่มีใครอะไรกันได้เพิ่ม จบเกม ญี่ปุ่น ชนะไทย 4 – 0 ขยับขึ้นไปมี 16 คะแนนรั้งจ่าฝูงเดี่ยวๆ ชั่วคราว ขณะที่ไทยยังเก็บได้แค่แต้มเดียว